การฟังและการดูสื่ออย่างมีวิจารณญาณ สังคมปัจจุบันสื่อต่าง ๆ ที่เป็นช่องทางการนำเสนอข้อมูลให้ดูและฟังมีหลากหลาย เราจึงควรรู้จักเลือกที่จะดูและฟัง เลือกที่จะรับข้อมูลเหล่านั้น และเมื่อได้รับรู้ข้อมูลแล้ว ต้องรู้จักวิเคราะห์ วิจารณ์ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพราะผลจากการดูและฟังจะเป็นผลบวกหรือลบแก่สังคม ก็ขึ้นอยู่กับการที่ผู้ดูและฟังนำผลที่ได้นั้นไปใช้อย่างสร้างสรรค์ หรือในปัจจุบันจะมีสำนวนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายว่า “คิดบวก” นั่นเอง

ดังนั้นการฟังอย่างสร้างสรรค์นี้จึงต้อง รู้จุดมุ่งหมายของสารที่ดูและฟังนั้น รับฟังและดูอย่างตั้งใจและทำความเข้าใจ รู้จักสรุปและเลือกนำไปใช้ประโยชน์

ขั้นตอนการฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณมีดังนี้

1. ฟังและดูให้เข้าใจเรื่อง เมื่อฟังเรื่องใดก็ตามผู้ฟังจะต้องตั้งใจฟังเรื่องนั้นให้เข้าใจตลอดเรื่อง ให้รู้ว่าเนื้อเรื่องเป็นอย่างไร มีสาระสำคัญอะไรบ้าง พยายามทำความเข้าใจรายละเอียดทั้งหมด

2. วิเคราะห์เรื่อง จะต้องพิจารณาว่าเรื่องเป็นเรื่องประเภทใดเป็นข่าว บทความ เรื่องสั้น นิทาน นิยาย บทสนทนา สารคดี ละคร และเป็นร้อยแก้วหรือร้อยกรอง เป็นเรื่องจริงหรือแต่งขึ้นต้องวิเคราะห์ลักษณะของตังละคร และกลวิธีในการเสนอสารของผู้ส่งสารให้เข้าใจ

3. วินิจฉัยเรื่อง คือการพิจารณาเรื่องที่ฟังว่าเป็นข้อเท็จจริง ความรู้สึกความคิดเห็นและผู้ส่งสารหรือผู้พูดผู้แสดงมีเจตนาอย่างไรในการพูดการแสดง อาจจะมีเจตนาที่จะโน้มน้าวในจรรโลงหรือแสดงความคิดเห็น เป็นเรื่องที่มีเหตุมีผลมีหลักฐานน่าเชื่อถือหรือไม่และมีคุณค่ามีประโยชน์เพียงใด

สรุปหลักการฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ ได้ดังนี้

-เมื่อฟังแล้วพิจารณาโดยทันทีว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องประเภทให้ความรู้ จรรโลงใจ หรือโน้มน้าวใจ

-เรื่องประเภทให้ความรู้หรือโน้มน้าวใจต้องใช้วิจารณญาณเพื่อแยกให้ได้ว่า เรื่องที่รับฟัง หรือดูนั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็น

-การฟังที่ต้องใช้วิจารณญาณนั้น ผู้ฟังต้องตั้งใจฟังเรื่องราวและจับประเด็นสำคัญ ของเรื่องให้ได้ตรวจสอบเปรียบเทียบประเด็นสำคัญของเรื่องที่ตนเข้าใจโดยเทียบเคียงกับ ความเข้าใจของบุคคลอื่น เพื่อหาข้อที่ตรงกันหรือแตกต่างกัน หรือเพื่อเปรียบเทียบว่า ใครฟังหรือดูได้ลึกซึ้งและตีความได้ชัดเจนกว่ากัน และหากพบว่าตนเองยังบกพร่อง ในสิ่งใด ก็พยายามฝึกฝนสิ่งนั้นให้มากยิ่งขึ้น

-พิจารณาถึงเจตนาของผู้พูด โดยไม่มีอคติลำเอียง เพื่อประกอบการพิจารณา ตัดสินใจ ว่าสารนั้นควรเชื่อถือได้เพียงใด

-บันทึกประเด็นสำคัญของเรื่องราวไว้ เพื่อกันผิดพลาดหลงลืม

-ประเมินค่าของเรื่องนั้น ๆ ว่ามีความสำคัญหรือให้ประโยชน์เพียงใด มีแง่คิด ให้คุณค่า เพียงใด นำประโยชน์นั้นไปใช้ได้หรือไม่ทั้งหมดเป็นแนวทางเบื้องต้นในการใช้วิจารณญาณในการฟังหรือดู ส่วนข้อปลีกย่อย ในการพิจารณาเรื่องที่ละเอียดลึกซึ้งขึ้น เช่น การใช้สำนวนของผู้พูดการใช้ถ้อยคำและข้อความ ที่น่าจดจำหรืออื่น ๆ ที่ยากมากขึ้น ถ้าผู้เรียนได้ฝึกฝนการใช้วิจารณญาณในการฟัง จนเกิดความ เคยชินแล้ว ย่อมสามารถกระทำได้ดีขึ้นโดยลำดับ