ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ต้องใช้เวลานานถึง 5 ปีกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และในระหว่างนั้นจะมีธุรกิจอเมริกันล้มละลายเป็นระลอก

นายเดวิด โคท็อค ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาคัมเบอร์แลนด์แอดไวเซอร์ชี้ว่า ขณะนี้มีธุรกิจค้าปลีกจำนวนหนึ่งใช้มาตรา 11 ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ในฐานะล้มละลายเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ ขณะที่บริษัทใหญ่ประสบปัญหากระแสเงินสดไหลออกไม่หยุดแม้อาศัยสินเชื่อจากธนาคารและการระดมทุนในตลาดมาเป็นค่าใช้จ่าย และต้องกัดฟันไปอีกนานจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างกว้างขวาง ดังนั้นการที่รัฐสภาสหรัฐเร่งผ่านมาตรการความช่วยเหลือมูลค่าเกือบ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 96.3 ล้านล้านบาท) ให้แก่ธุรกิจขนาดเล็ก ใหญ่และคนงานก็เป็นเพียงการซื้อเวลาให้ล้มละลายช้าลงเท่านั้น

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดเตือนเมื่อวานนี้ว่า อาจเกิดการล้มละลายเป็นระลอกและจะสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจสหรัฐ จึงอาจต้องมีมาตรการสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อป้องกันความเสียหายดังกล่าวแม้เป็นต้นทุนมหาศาลก็ตาม การกู้ยืมช่วยชำระหนี้ให้แก่ภาคธุรกิจได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเปลี่ยนปัญหาสภาพคล่องให้เป็นปัญหาเรื่องการชำระหนี้ให้ได้ เอสแอนด์พีโกลบอลชี้ว่า เฟดได้ประกาศเมื่อวันที่ 9 เมษายนเรื่องจะซื้อหุ้นกู้ที่ถูกลดระดับความน่าเชื่อถือลงเป็นระดับขยะ ซึ่งมีทั้งฟอร์ดมอเตอร์ เดลตาแอร์ไลน์ และบริษัทสำรวจน้ำมันอ็อกซิเดนทัลปิโตรเลียม ทำให้ตลาดพันธบัตรขยะหรือพันธบัตรเก็งกำไรคึกคักขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมีนาคม แม้ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าและระยะเวลาสั้นกว่าก็ตาม

ข้อมูลของเรฟินิทิฟระบุว่า เดือนมีนาคมและเมษายนมีการออกหุ้นกู้มากเป็นประวัติการณ์ และนับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมเป็นต้นมาบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตว่าลงทุนได้ออกหุ้นกู้ระดมทุนในตลาดไปแล้วเกือบ 530,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 17 ล้านล้านบาท)