ดูซีรี่ย์ฝรั่ง Never Have I Ever ซีรีส์วัยรุ่นแบบคลีนใสๆ ซีรีส์วัยรุ่น Netflix ที่เต็มไปด้วยความเฟี้ยวฟ้าว เมื่อสาวอินเดียอเมริกันสุดเนิร์ดประจำโรงเรียนอยากซั่มกับหนุ่มหล่อเท่สุดฮอตของโรงเรียน ภารกิจเสียตัวครั้งนี้จะสมหวังสำเร็จได้หรือไม่ ในเมื่อเธอไม่เคยรู้เรื่องอะไรแบบนี้เลยนอกจากตำราวิชาการ (เป็นที่มาของชื่อเรื่องนี้ด้วยในแต่ละตอนที่ขึ้นต้นด้วย Never Have I Ever หรือ ฉันไม่เคย…..)

ซีรีส์วัยรุ่นเรื่องราวของครอบครัวอินเดียอเมริกันรุ่นแรก พ่อแม่ลูก ที่มาตั้งถิ่นฐานที่นี่ ทุกอย่างก็เหมือนมีความสุขดีมีบ้านแสนสุข แต่ในระหว่างงานแสดงดนตรีโรงเรียนของลูก ผู้เป็นพ่อเกิดหัวใจวายตายฉับพลัน ต่อมาไม่นานลูกสาวก็เกิดความผิดปกติกับร่างกาย ขาไม่สามารถขยับได้จนกลายเป็นคนพิการนั่งรถเข็น แต่เธอก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรเมื่อมีเพื่อนสองคนอยู่ข้างๆ ในขณะนั้นเธอกลับปิ๊งหนุ่มหล่อเท่หุ่นล่ำนักกีฬาว่ายน้ำตัวท็อปของโรงเรียน และตามเฝ้าดูเขาจนกระทั่งวันหนึ่งเกิดปาฏิหาริย์ขากลับมาขยับได้อีกครั้ง เธอจึงหวังว่าจะมีอะไรกับเขาให้ได้โดยไม่สนใจว่าต้องคบกัน

ถ้าดูแค่พล็อตเรื่อง ซีรีส์เรื่องนี้ดูแล้วคงแรดมากๆ เมื่อนางเอกพยายามจะซั่มหนุ่มให้ได้โดยไม่แคร์อะไร แต่ถ้าได้ลองเปิดดูตอนแรกจะเห็นว่าเรื่องไม่ได้ออกแนวหื่นแรดๆ อย่างที่คิดเลย หนังกลับมาฟีลตลกใสๆ เปิดเรื่องเล่าโดยเสียงของนักกีฬาคนดัง จอห์น แม็คเอนโร ตำนานนักเทนนิสชื่อดังที่มีชื่อเสียพอๆ กับชื่อเสียงเมื่อเป็นตัวพ่อหัวร้อนมีปากเสียงกับกรรมการและคู่แข่งในการแข่งขันอยู่เรื่อย (แต่ฝีมือเก่งจริง) ปัจจุบันอายุ 61 วางมือแล้ว ซึ่งพอเปิดมาแบบนี้อาจจะงงทันทีว่านักกีฬาคนนี้มาเกี่ยวอะไร แต่เรื่องก็เล่าแบบกวนๆ ทันทีว่าดูไปเดี๋ยวก็รู้เอง ซึ่งก็มาเกี่ยวด้วยจริงๆ แต่สิ่งที่ตัวเรื่องไม่ได้บอกตรงๆ คือ การเอานิสัยหัวร้อนของจอห์นนี่แหละมาใส่ไว้ในตัวนางเอก Devi (รับบทโดย Maitreyi Ramakrishnan เล่นเรื่องนี้เป็นครั้งแรก) ซึ่งเธอเป็นเด็กวัยรุ่นอายุ 16 ที่เก่งรอบด้านถึงขั้นมีชื่อเสียงระดับประเทศมาแล้ว แต่เธอก็เป็นสาวเนิร์ดสุดๆ ที่เข้ากับใครไม่ค่อยได้เช่นกัน แม้แต่กับครอบครัวที่เหลือเพียงแม่ก็ยังชวนทะเลาะอยู่ร่ำไป มีเพียงเพื่อนซี้สาวสองคนที่คอยเป็นทีมช่วยกัน ซึ่งตัวเรื่องไม่ได้เล่าแค่ชีวิตของนางเอก แต่เพื่อนทั้งสองคนก็มีอะไรแตกต่างน่าสนใจในฐานะ ประชากรต่างเชื้อชาติที่อพยพมาอเมริกาด้วยเช่นกัน

หนังมีประเด็นเรื่องเชื้อชาติวัฒนธรรมเข้ามาอยู่ในเรื่องมาก ในมุมที่ว่าเด็กอเมริกันพวกนี้เป็น Gen ใหม่ที่แปลกแยกไปจากฝรั่งปกติ และก็พยายามบอกตัวเองว่าเป็นอเมริกัน แต่ครอบครัวพ่อแม่กลับภูมิใจในเชื้อชาติดั้งเดิม แม้จะมาทำมาหากินที่นี่ก็ตาม ฟังดูอาจจะรู้สึกว่าเรื่องมันหนักๆ แต่บอกเลยว่าไม่ใช่แบบนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกประเด็นในเรื่องนี้ถูกเล่าแบบฮาๆ มีการจิกกัดสังคม วัฒนธรรม ความเชื่อทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา ผ่านฝีปากของนางเอกในเรื่องที่วันๆ ก่อแต่เรื่องดราม่าทั้งที่บ้าน ที่โรงเรียน หรือแม้แต่กับเพื่อนฝูงก็ไม่เว้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้นางเอกดูแล้วน่ารำคาญ เพราะดราม่าแต่ละอย่างบางทีมันก็แทงใจดำกันตรงๆ หรือไม่ก็ตกกระไดพลอยโจนตามน้ำไปจนกลายเป็นดราม่าที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว

และจุดที่ล่อให้คนติดตามทีแรกว่านางเอกจะซั่มมี SEX กับหนุ่มเท่ Paxton กลับไม่ใช่ประเด็นเรื่องราวจริงๆ สักเท่าไหร่ แค่เป็นชนวนเหตุให้เรื่องราวโยงใยไปยังเรื่องอื่นภายหลัง ซึ่งก็มาตามสูตรแนวหนังรักวัยรุ่นโรแมนติกฟินๆ กันเต็มตัวเลย เมื่อเรื่องค่อยๆ นำเสนอว่าจากสาวเนิร์ดคนนี้มีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปยังไงหลังจากนี้ ซึ่งเธออาจจะไม่ใช่สาวเนิร์ดเฉิ่มๆ จนผู้ชายไม่สนใจก็ได้ บอกใบ้ไว้เลยว่าเรื่องนี้มีพระเอก 2 คน ซึ่งก็มาคนละแนว และสร้างความประทับใจไปคนละแบบสูสีกันมาก เรียกว่าดูไปมีลุ้นไปว่าคนไหนคือพระเอกตัวจริงกันแน่ แม้จะเป็นสูตรสำเร็จที่เคยมีมาเยอะมากแล้วก็ตาม